09:50

ส.อ.ท.ชี้ 4 ปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

เรื่อง ส.อ.ท.ชี้ 4 ปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง
วานนี้ (6 ก.ค.) นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงแนวโน้มสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยใน 6 เดือนหลังของปีนี้ยังคงผันผวนต่อเนื่อง แม้ว่าจะเริ่มมีคำสั่งซื้อทยอยเข้ามาในหลายๆกลุ่มอุตสาหกรรม แต่ต้องรอดูว่าคำสั่งซื้อดังกล่าวจะมีเข้ามาต่อเนื่องตลอดไตรมาส 3 หรือไม่ เพื่อเป็นสัญญาณบ่งชี้ให้เห็นว่าไตรมาส 4 สถานการณ์คำสั่งซื้อจะเป็นอย่างไร จึงจะประเมินได้ชัดเจนมากขึ้น และภาคเอกชนต้องการเห็นปัญหาการเมืองอยู่ในสภาพที่นิ่ง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากต่างชาติให้กลับคืนมา


ด้านนายธนิต โสรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงต่อภาคธุรกิจจำเป็นจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในครึ่งปีหลังปีนี้คือ ทิศทางค่าเงินบาท สภาพคล่องธุรกิจ ราคาน้ำมัน และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยการฟืนตัวของเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจะขึ้นอยู่กับความผันผวนของปัจจัยดังกล่าวและการฟืนตัวของภาคส่งออก แต่ขณะนี้สัญญาณจากการนำเข้าทุนยังติดลบเฉลี่ย 14.5% และการนำเข้าวัตถุดิบในการผลิตยังติดลบ 19.6% แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของภาคอุตสาหกรรมไทยที่อาจต่อเนื่องไปจนถึงปลายปีนี้ ดังนั้น การขับเคลื่อนของเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังจึงขึ้นอยู่กับนโยบายการคลังเป็นหลัก และขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของการใช้จ่ายและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ภายใต้มาตรการไทยเข้มแข็งที่ใช้เงินมากกว่า 1.43 ล้านล้านบาท อีกทั้งเร่งรัดการเบิกจ่ายปีงบประมาณ 2552 และเร่งรัดโครงการลงทุนที่สำคัญภายใต้แผนฟืนฟูเศรษฐกิจในระยะที่สองให้มีความคืบหน้า

รองประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า ทิศทางค่าเงินบาทในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นได้อีก เพราะหลังจากที่รัฐบาลออกพันธบัตร 8 แสนล้านบาท อาจสร้างความกดดันความต้องการเงินบาทและโอกาสมีเงินเหรียญสหรัฐฯให้ไหลเข้ามาซื้อพันธบัตร ดังนั้น ผู้ส่งออกควรมีการทำประกันความเสี่ยงล่วงหน้าเอาไว้ ขณะที่ปัจจัยสภาพคล่องก็มีทิศทางที่ลดลงอีก เพราะธนาคารพาณิชย์ยังมองว่าภาคธุรกิจอุตสาหกรรมมีความเสี่ยง จึงชะลอหรือมีการปล่อยสินเชื่อน้อยลง อีกทั้งแนวโน้มที่รัฐบาลออกพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นแรก 50,000 ล้านบาท จะยิ่งเป็นการแย่งเงินในตลาด และเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการสภาพคล่องไปช่วยเหลือ


สำหรับราคาน้ำมันที่อาจมีความผันผวน หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า น้ำมันเฉลี่ยจะสูงกว่าครึ่งปีแรกประมาณ 20 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล หรืออยู่ระดับ 70 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล แต่คงไม่ถึงระดับ 75 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ส่วนความเสี่ยงจากไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่เริ่มมีการติดเชื้อและเสียชีวิตมากขึ้น ทำให้คนทั้งโลกไม่กล้าไปท่องเที่ยว ส่งผลต่อการบริโภคและการจับจ่ายใช้สอย เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การประเมินเศรษฐกิจโลกติดลบไปกว่าการคาดการณ์ไว้ และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย รวมไปถึงผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน

ที่มา : http://www.norsorpor.com/business.html

คำถาม
1. ปัจจัยเสี่ยงต่อภาคธุรกิจจำเป็นจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในครึ่งปีหลังปีนี้คืออะไร
2. การฟืนตัวของเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจะขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง
3. การขับเคลื่อนของเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังจึงขึ้นอยู่กับนโยบายอะไรเป็นหลัก

จัดทำโดย : นางสาวอรวี ลีรุ่งนาวารัตน์ 5001103117 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน C1/2

6 ความคิดเห็น:

152UtccBF302g12 กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก
152UtccBF302g12 กล่าวว่า...

1.ทิศทางค่าเงินบาท สภาพคล่องธุรกิจ ราคาน้ำมัน และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

2.การฟืนตัวของภาคส่งออก

3.นโยบายการคลัง

น.ส.จรันยา ไตรยัญสุวรรณ 5001103109

152UtccBF302g12 กล่าวว่า...

1.ค่าเงินบาท สภาพคล่องธุรกิจ ราคาน้ำมัน และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

2.การฟืนตัวของภาคส่งออก

3.นโยบายการคลัง

น.ส.ศิรินทิพย์ เสือพลาย 5001103024

152UtccBF302g12 กล่าวว่า...

1.ทิศทางค่าเงินบาท สภาพคล่องธุรกิจ ราคาน้ำมัน และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

2.การฟืนตัวของภาคส่งออก

3.นโยบายการคลัง


น.ส.สวรรยา ฐิติเพิ่มพงศ์ 5001103045

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

1.ค่าเงินบาท สภาพคล่องธุรกิจ ราคาน้ำมัน และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

2.การฟืนตัวของภาคส่งออก

3.นโยบายการคลัง

นายฉัตร์ เอี่ยมภักดี 5001103102

noppanon3112 กล่าวว่า...

1.ทิศทางค่าเงินบาท สภาพคล่องธุรกิจ ราคาน้ำมัน และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

2.การฟืนตัวของภาคส่งออก

3.นโยบายการคลัง

นายนพนนท์ บุษปานนท์ เลขทะเบียน 5001103112