สรุปภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไตรมาสที่ 2 (เมษายน — มิถุนายน) พ.ศ. 2552 (อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก)
หลังจากได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำตามข่าวที่รายงานในหลายๆประเทศในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2551 ส่งผลให้ความมั่นใจของผู้บริโภคลดต่ำลง ซื้อสินค้าน้อยลง คำสั่งซื้อจากต่างประเทศหดตัว แล้วส่งผลกระทบมายังผู้ผลิตในที่สุด พอเริ่มเข้าสู่ปี 2552 ปัจจัยทางด้านสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเริ่มที่จะมีการส่งสัญญาณดีขึ้น กลับมาซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ในช่วงไตรมาสแรกความมั่นใจอาจจะยังไม่ฟื้นกลับมาเต็มที่ แต่ก็มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าไตรมาส 4 ปี 2551 ถือเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจถดถอยน่าจะกำลังผ่านพ้นไปและการฟื้นตัวกำลังเริ่มต้น
อุตสาหกรรมพลาสติกถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมสนับสนุนอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น รถยนต์ อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอุตสาหกรรมดังกล่าวมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น อุตสาหกรรมพลาสติกก็จะได้รับอานิสงค์ตามไปด้วย โดยในส่วนของการจ้างงานเริ่มปรับตัวดีขึ้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชะลอการเลิกจ้างงาน และเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเพิ่มproductivity ดัชนีการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก
ดัชนีผลผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2552 การผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยการผลิตในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ สรุปได้ดังนี้
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมพลาสติกและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในไตรมาสที่ 2 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.83 แต่ลดลงร้อยละ 7.33 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยพลาสติกแผ่น แผ่นฟิล์มพลาสติก มีดัชนีผลผลิตลดลงร้อยละ 2.4 และ12.11 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว สำหรับกระสอบพลาสติก ถุงพลาสติก และเครื่องใช้ประจำโต๊ะอาหาร ครัว และห้องน้ำ มีดัชนีผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.09 4.23 และ 3.6 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมพลาสติกและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นนั้น เนื่องจาก
อุตสาหกรรมพลาสติกเป็นอุตสาหกรรมสนับสนุนอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น รถยนต์ อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในช่วงไตรมาสที่ 2 อุตสาหกรรมเหล่านี้ มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้อุตสาหกรรมพลาสติกจะขยายตัวเพิ่มตาม ประกอบกับมาตรการของภาครัฐที่ออกมากระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน เช่น เช็คช่วยชาติ ธงฟ้าราคาประหยัด หรือเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุ เป็นต้น
การค้า
ในไตรมาสนี้มีมูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 มีมูลค่านำเข้าประมาณ จาก 16,241 ล้านบาท มาที่ 18,084 ล้านบาท หากเปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ของปี 2552 มูลค่าการนำเข้าลดลงร้อยละ 21 และปริมาณการนำเข้าอยู่ที่ 74,523 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 และลดลงร้อยละ 20 เมื่อเทียบไตรมาส 2 ของปี 2552 โดยสินค้าของไทยที่มีมูลค่าการนำเข้าสูงสุดยังคงเป็นสินค้าอยู่ที่หมวด 3926 คือผลิตภัณฑ์พลาสติกอื่นๆ
ส่วนมูลค่าส่งออกทรงตัว เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว มูลค่าส่งออกเท่ากับ 16,214 ล้านบาท แต่ลดลงร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
และปริมาณส่งออกเท่ากับ 215,860 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้วแต่ลดลงร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แนวโน้ม
ในไตรมาสที่ 3 ปี 2552 น่าจะได้รับผลต่อเนื่องมาจากครึ่งปีแรกของปี ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จากการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจออกมาในหลาย ๆ ประเทศ ที่มีแนวโน้มดีขึ้น อีกทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือนโยบายต่าง ๆ ที่เข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจในขณะนี้ จึงน่าจะส่งผลทำให้อัตราการขยายตัวทั้งภาคการส่งออกและการบริโภคในประเทศเพิ่มมากขึ้น
คำถาม
1. ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมพลาสติกและผลิตภัณฑ์ต่างๆในไตรมาสที่2 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว
เพิ่มขึ้นร้อยละเท่าไร
2. อุตสาหกรรมพลาสติกเป็นอุตสาหกรรมสนับสนุนอุตสาหกรรมอื่นๆเช่นอะไรบ้าง
3. ในไตรมาสที่2 มูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละเท่าไร
จัดทำโดย
นางสาว อรวี ลีรุ่งนาวารัตน์ 501103117 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน C1/2

3 ความคิดเห็น:
1.เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.83
2.รถยนต์ อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
3.ในไตรมาสนี้มีมูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11
นางสาว เจนจิรา แซ่แง้ 5001103056
1.เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.83
2.รถยนต์ อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
3.ในไตรมาสนี้มีมูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11
นางสาว ทาริณี แซ่แง้ 5001103057
1.เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.83
2.รถยนต์ อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
3.ในไตรมาสนี้มีมูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11
น.ส.ขวัญวิไล จงเสริมสุข 5001103054
แสดงความคิดเห็น